ทำหน้าใสด้วย Fraxel Fine Scan ที่ APEX

เรื่องสวยๆงามๆกับผู้หญิงนี่เป็นของคู่กันจริงๆเลยคะ ยิ่งอายุมากขึ้น รอยประสบการณ์ต่างๆก็หลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เช่น รอยแผลสิว รูขุมขนที่กว้างขึ้น ดีนะคะที่ยังไม่มีรอยดำจากฝ้าเข้ามา ไม่งั้นนุทคงปวดหัวหนักกว่านี้

จริงๆก่อนหน้านี้ที่จะเข้ามาทำงานที่รพ. ไม่อยากจะบอกเลยว่าเคยเป็นเซลล์ขายเครื่องมือแพทย์พวกเลเซอร์เสริมความงามนี่แหละคะ ก็อยู่ในวงการสักพัก ได้รู้เห็นและได้ลองทำกับหน้าของตัวเองมาตลอด เลเซอร์หลายๆตัว ซึ่งต่อมาก็จะมีการเรียกชื่อต่างๆกันไปในการนำเอาช่วงความยาวของคลื่นแสงของช่วงต่างๆมาใช้งานในการรักษาความบกพร่องต่างๆให้หมดไป ในช่วงเริ่มแรกของการใช้เลเซอร์ ก็จะเริ่มมาจาก CO2 ซึ่งบอกได้เลยว่าเจ็บมาก (Invasive) จนเริ่มมีการพัฒนามาเรื่อยๆที่จะนำเอาช่วงของคลื่นแสงมาใช้ และมีการพัฒนาให้ผู้ทำการรักษาเจ็บปวดลดลง (Non-invasive) ซึ่งก็จะเข้ายุคของ IPL ยุคนั้นการทำหน้าเพื่อการเสริมความงามเริ่มเป็นที่นิยม และแพร่หลายมากขึ้น เนื่องจากเห็นผลชัดเจน เห็นผลเร็ว หลังจากนั้นนุทก็มาเริ่มทำงานที่รพ. ก็เลยหลุดจากวงของการเสริมความงาม จนมาวันนี้ทาง Apex ได้มอบโอกาสให้นุทได้ทำสวยอีกครั้ง ใจดีจริงๆเลยคะ นุทเลยอยากมาเล่าเทคโนโลยีอันนี้ให้เพื่อนได้รับทราบ เผื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่มีปัญหาใบหน้าคล้ายๆกัน

 

วันนี้นุทเลือกมาทำที่ Apex สาขาเซนทรัล ปิ่นเกล้า ตั้งอยู่ที่ ชั้น 11 Tower B เป็นสาขาใกล้ๆบ้านคะ บรรยากาศของที่นี่เป็นดังนี้จ้า

เมื่อเข้ามาจะเห็นบรรยากาศของที่นี่เป็นโทนสีม่วงขาว ให้ความรู้สึกผู้หญิงมากๆคะ แต่ก็ไม่ได้จำกัดลูกค้านะคะ จะเพศไหนที่นี่เค้าก็ให้การบริการเป็นอย่างดีคะ

ส่วนของห้องตรวจรักษาจะแบ่งเห็นห้องเล็กๆ เป็นส่วนตัวคะ ภายในคลินิกสะอาดคะ ได้มาตรฐาน

ภายในห้อง treatment สะอาดสะอ้านมากคะ

แต่ก่อนที่นุทจะเริ่มการรักษา ก็ได้เข้าพบปรึกษากับคุณหมอเฉพาะทางด้านผิวหนังที่จะทำการรักษา เพื่อตรวจผิวหน้าเราก่อนว่าเหมาะสมหรือพร้อมที่จะทำการรักษาด้วย Fraxel Fine Scan ไหม โดยคุณหมอได้อธิบาย Fraxel Fine Scan เป็นเลเซอร์ที่ใช้ความยาวคลื่นแสง 1550 ช่วยในเรื่องการลดขนาดรูขุมขน ช่วยลดรอยแผลเป็นจากสิว ลดความมันของใบหน้า ริ้วรอยเล็กๆก็จะตื้นขึ้นได้เพราะจะเป็นการเพิ่มคอลลาเจน สำหรับผู้ที่จะทำการรักษาด้วยวิธีนี้จะต้องไม่มีการอักเสบของสิว มีหนอง ถ้ามีจะต้องรักษาให้หายก่อน หรือเป็นผู้ที่มีผื่นแพ้ ผื่นคัน หรือผ่านการโดนแดดจนผิวหน้าไหม้จากแสงแดดอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพราะเลเซอร์ตัวนี้จะทำให้เกิดความร้อนสะสม ไม่งั้นผิวคุณแพ้มากยิ่งขึ้น แต่เลเซอร์ตัวนี้จะไม่ช่วยในเรื่องของ เมลานิน pigment ดังนั้นจะไม่ช่วยในเรื่องของฝ้า กระ นะคะ

อันนี้เป็นหน้าของนุทก่อนการทำ โดยไม่มีการแต่งหน้า ทาแป้ง หรือใช้แอพแต่งรูปอย่างใดเลย

ก่อนเริ่มก็ต้องมีการล้างหน้า โดยการล้างเอาครีมหรือเครื่องสำอางใดๆออกให้หมด

เมื่อหน้าเราใสสะอาดแล้วก็จะเริ่มขบวนการ ทายาชาต่อไปคะ

เพื่อให้ยาชาออกฤทธิ์เร็วยิ่งขึ้นก็จะมีการใช้ wrap ห่ออาหารมาห่อหน้าเรา

ทิ้งเวลาไว้ราวๆ 45 นาที เพื่อให้ยาชาออกฤทธิ์ ได้เต็มที่ หลังจากนั้นคุณหมอก็จะเข้ามารักษาเราแล้วคะ ตื่นเต้นๆ ไม่ได้ยิงเลเซอร์มานานมากๆ กลัวเจ็บ

คุณหมอก็เริ่มเข้ามายิงหน้าเราโดยตั้งความเบาแรงตามแต่ละจุดบนผิวหน้าเราคะ ขอบอกว่าเจ็บและร้อน แบบหน้าไหม้จริงๆ แสบผิว คือจะบอกว่าเจ็บก็คงไม่ถูก มันออกแสบร้อนผิวมากกว่า นี่ขนาดทายาชานะนี่ ถ้าไม่ได้ทาละก็ คงนอนดิ้นพราดๆมันตรงนั้นแล้วคะ ดังนั้นช่วงที่ทายาอย่าได้เร่งเวลาเลยคะ รอให้มันออกฤทธิ์เต็มที่สุดๆเลยจะดีที่สุด

หลังจากที่คุณหมอยิงเสร็จทั่วใบหน้า ก็จะมีการประคบด้วยเจลเย็น ลดความร้อนบนใบหน้าได้อย่างดีเลยคะ รู้สึกสบายสุดๆ

หลังจากนั้นก็จะทาครีมกันการระคายเคืองผิวให้เราก่อนกลับ

นี่เป็นสภาพผิวที่ไหม้แดง หลังจากการทำ Fraxel Fine Scan จะเห็นได้ว่าผิวเป็นรอยไหม้แดง เหมือนกับเราไปตากแดดจัดๆ แล้วผิวไหม้

อันนี้เป็นสภาพหลังทำ 2 ชม. แดงไหม้ ไปทั่วเลยคะ

วันแรก หลังจากการทำ คุณหมอให้งดแต่งหน้า 2-3 วัน รู้สึกแปลกๆเสียความมั่นใจไปเลยคะ ปล่อยหน้าโทรมๆไปทำงาน แล้วเน้นแต่ทากันแดดหนักๆ หลีกเลี่ยงการโดนแดดอย่างเคร่งครัดเลยคะ ช่วงนี้สามารถทาครีมบำรุงที่ต้องไม่มีส่วนผสมพวกไวท์เทนนิ่ง ต้องเป็นครีมบำรุงเพียวๆเลยจะได้ผลดียิ่งขึ้นคะ

สำหรับของนุทเพื่อนๆจะเห็นรอยแผลบริเวณหน้าผาก ซึ่งเป็นผลแทรกซ้อนจากการทำได้ คือถ้าในการยิงนั้นมีการใช้พลังงานสูงมากๆ อาจทำให้บริเวณนั้นพองเป็นตุ่มน้ำออกมาได้ กรณีนุทตุ่มน้ำมันแตก จึงทำให้เกิดบาดแผลขึ้นมาคะ จึงต้องกลับไปให้คุณหมอรักษาแผลนี้ไม่ให้เป็นรอยแผลเป็น

นี่เป็นสภาพหน้าวันที่สอง ก็ยังคงต้องเปลือยหน้าไปทำงานเช่นเดิมคะ ทาแต่กันแดด แล้วก็กางร่ม หรือหาที่บังหน้าไม่ให้โดนแดด วันนี้หน้าจะเริ่มมีการคันยุบยิบเล็กน้อยทั่วหน้า ไม่แนะนำให้เกานะคะ อาจเอามือถูๆเบาๆได้บ้าง เมื่อผิวแห้ง หน้าลอกก็ต้องมีการคันบ้างเป็นธรรมดา ปกติคะ

สภาพวันที่ 3 หน้าก็ดูเรียบเนียนขึ้น วันนี้เราก็เริ่มแต่งหน้าแล้วจ้า แต่เนื่องจากผิวเริ่มมีขุยๆเหมือนหน้าลอกเวลาแต่หน้าก็จะดูไม่เรียบเนียนเหมือนเดิม แถมยังมีแต้มแดงที่หน้าผากซึ่งหมอยังไม่แนะนำให้ทาอะไรที่บริเวณนั้นจึงเป็นแต้มแดงๆเหมือนซาลาเปาไส้หมูยิ่งนัก สำหรับวันนี้ก็เริ่มลงพวกครีมบำรุงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับหน้า แนะนำว่าในครีมบำรุงไม่ควรมีส่วนผสมของพวก whitening น้ำหอม หรือสิ่งใดๆที่จะสามารถกระตุ้นให้เกิดการแพ้ได้ เน้นบำรุงกันเพียวๆเลยคะ

วันที่ 4 ผิวจะเริ่มดูเนียนมากยิ่งขึ้น แต่ยังคงต้องใช้กันแดด กับ ครีมบำรุงกันอย่างต่อเนื่องแบบขาดไม่ได้เลยทีเดียว เพราะช่วงนี้อยู่ในช่วงการผลัดผิว ดังนั้นครีมบำรุงจึงสำคัญมากๆคะ

วันที่ 5 รูขุมขน ตื้นขึ้นทำให้ผิวเนียนมากๆ รอยแผลสิวก็จางลง ส่วนรอยที่หน้าผากก็เริ่มตกสะเก็ด เมื่อต้องออกงาน เราก็จัดกันสักนีส เบาๆ

จะเห็นว่าผิวเนียนมากๆ นี่ไม่ได้ใช้รองพื้น และทาเพียงแป้งฝุ่นเท่านั้นนะคะ

วันที่ 6 สะเก็ดแผลที่หน้าผากเริ่มใกล้หลุดแล้ว ยังคงเห็นขุยบนผิวหน้าที่ยังคง ค่อยๆลอกอยู่บ้างนิดหน่อย สำคัญมากนะ เน้นย้ำโดยตลอดว่า กันแดด และ บำรุง อย่าได้พลาดเชียว ถ้าต้องตากแดด กางร่มเลยคะ

วันที่ 7 จร้า ครบอาทิตย์แล้ว สะเก็ดที่หน้าผากหลุดพอดี เชคหน้ากันอีกชัดๆว่า รูขุมขนลดลง รอยแผลสิวก็จางลง หน้าเนียนขึ้น แต่งหน้าง่ายขึ้น เดี๋ยวมาดูกันว่าเวลาแต่งหน้าจะเป็นอย่างไรกันนะคะ

เป็นงัยบ้างคะ หลังจากทำ 1 อาทิตย์ เราก็ได้หน้าเรียบเนียน สวยสมใจ นี่คือสภาพที่ผ่านการทำแค่ครั้งเดียวนะคะ ซึ่งตามจริงจะต้องทำอีก 2-3 ครั้งจึงจะสวยเปะ

สำหรับเพื่อนๆที่สนใจในการทำเลเซอร์เพื่อความสวยงาม หรืออยากได้คำแนะนำ ติดต่อไปได้ที่ http://www.apexprofoundbeauty.com/th/

Loading Facebook Comments ...

2 Comments

  1. ขอโทษน่ะคะ เราว่าคุณหมอทำไมยิงเป็นสะเก็ดแผลตรงหน้าผากได้ แย่จังเลย แล้วหายดีไหมคะ เขาแก้ไขอะไรให้ไหม

Leave a Reply

Your email address will not be published.