เปิดประสบการณ์การใช้งาน Vivofit by Garmin

ตอนนี้บอกได้เลยว่ากระแสของการนำ gadget ต่างๆมาใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น โดยเฉพาะการนำมาใช้กันในด้านสุขภาพแทบจะเป็น trend ของปีนี้เลย เราจะสามารถสังเกตุได้จากการที่ smartphone เริ่มมีแอพที่ใช้ในการนับก้าว การวัดชีพจร(HR:Heart Rate) การวัดคุณภาพในการนอน ซึ่งสะท้อนสภาพสังคมได้ว่าผู้คนเริ่มกลับมาสนใจในการดูแลตัวเองมากยิ่งขึ้น gadget ต่างๆก็ออกมามากขึ้น นุทมี fitness band ตัวหนึ่งซึ่งได้ทดลองใช้จริงมาบอกเล่าให้เพื่อนๆฟังกันคะ

ตัวนี้มีชื่อว่า Vivofit เป็น fitness band ตัวหนึ่งจาก Garmin ซึ่งการออกแบบของเจ้าตัวนี้เป็นแบบ wrist band มีขนาดเล็กกะทัดรัด วัสดุของตัวสายเป็นแบบยางสามารถปรับขนาดได้ตามขนาดของข้อมือ ถ้าสำหรับผู้ชายที่ข้อมือมีขนาดใหญ่มากๆ จะมีแถมสายที่มีขนาดยาวมากขึ้นด้วย

 

 

 

ตัวเครื่องสามารถแกะเปลี่ยนสายได้ เผื่อให้เหมาะกับขนาดของข้อมือ หรือปรับเปลี่ยนตามสีที่ชอบ หรือเหมาะกับ activity ในแต่ละวัน ยิ่งสาวๆด้วยละก้อ วันทำงานอาจจะต้องแต่งตัวเรียบร้อยใช้สายสีดำ แต่วันหยุดพักผ่อน อยากให้ชีวิตมีสีสันก็เลือกสายที่มีสีสัน เพียงแค่นี้ vivofit ของเราก็กลายเป็น เครื่องประดับในการแต่งตัวไปอีกชิ้นหนึ่งได้ทันทีคะ

 

Vivofit สามารถ sync ข้อมูลได้กับ smartphone ที่เรามีอยู่ได้ผ่านบลูทูธ ซึ่งเราไม่ต้อง sync ตลอดเวลาแต่อาจจะเชื่อมต่อวันละครั้งในการเก็บข้อมูลการใช้งาน คราวนี้เพื่อนๆอยากรู้แล้วใช่ไหมละคะว่ามันจะบอกจะช่วยอะไรเราในชีวิตประจำวัน

 

 

หลักๆของการใช้ชีวิตประจำวันเราเลยคะ นั่นคือการบอกเวลา บอกวันที่ ก็ส่วนใหญ่หลายๆคนมักจะติดการสวมนาฬิกา เมื่อเราใส่ vivofit ถ้ามันบอกเวลาไม่ได้แล้วจะไปดูตรงไหนคะ จริงๆมันมีหลายทางนะ แต่ต้องบอกว่าคนที่ติดนาฬิกาเค้าก็จะชินกับการดูเวลาจากข้อมือเป็นหลัก

 

คราวนี้มาดูฟังก์ชั่นของเจ้าตัวนี้กันคะว่านอกเหนือจากการเป็นนาฬิกาแล้วจะสามารถทำอะไรได้อีก หลักๆคือการนับก้าวในการเดิน ก็แค่ขยับก็เท่ากับการออกกำลังกายแล้วนะคะ ในปัจจุบันหลายๆคนมักจะมีงานที่ต้องนั่งประจำอยู่กับที่ทั้งวัน เดินน้อย ปกติพอเหนื่อยจากงานก็ไม่ค่อยจะไปออกกำลังกาย เมื่อเป็นแบบนี้เรื่อยๆสุขภาพก็ทรุดโทรมลง ดังนั้น vivofit ก็จะมาช่วยแจ้งเตือนให้เราลุกเดินบ้างซึ่งเราสามารถเป้าหมายที่ตั้งไว้ในการเดินแต่ละวัน ถ้าเรานั่งนานเกินไปเครื่องก็จะมีแถบสีแดงขึ้นเพื่อทำการเตือนให้รู้ว่าเรานั่งนานไปแล้วนะ ลุกเดินบ้างได้แล้ว และการเดินของเราที่ผ่านมานั้นเดินไปกี่กิโลเมตรแล้ว และเผาผลาญไปกี่แคลอรี่แล้ว มันช่วยทำให้เราระลึกถึงการที่ต้องให้ร่างกายเคลื่อนไหวบ้างอย่านั่งนิ่งนานๆ เพื่อนๆทราบไหมคะว่าการนั่นทำงานนั้นทำให้เกิดโรคต่างๆมากมายนะคะ

 

สำหรับ vivofit สามารถเชื่อมต่อกับ smartphone ได้หลายระบบปฏิบัติการคะ แต่การเริ่มเชื่อมต่อครั้งแรกนี่สิที่บอกได้เลยว่ายากมากอะกว่าจะเชื่อมได้ซึ่งเพื่อนๆที่ใช้ android ก็บ่นมาไม่แพ้กันเลยคะว่าเรื่องการเชื่อมต่อนี่ยากมาก

 

 

แต่เจ้าแอพของ garmin ตัวนี้นะคะสะดวกตรงที่ถ้าเพื่อนๆใช้อุปกรณ์ของ garmin ก็สามารถเชื่อมต่อหลายๆเครื่องได้พร้อมๆกันเลยคะ

เดี๋ยวนุทเอาการทำงานในการเชื่อมต่อมาอธิบายคร่าวๆให้ฟังดีกว่า ถ้าละเอียดเกินไปเดี๋ยวจะเบื่อกันป่าวๆ

 

 

คือการเก็บข้อมูลหลักๆของ vivofit ที่บอกก็จะเป็นการนับก้าว ระยะทาง แคลอรี่ที่ใช้ไป ซึ่งจะเก็บข้อมูลในแต่ละวัน และรวบรวมเป็นสัปดาห์ เป็นเดือน เป็นปี เพื่อเป็นข้อมูลให้กับตัวเอง แต่ความสนุกมันไม่ได้อยู่แค่นี้สิคะ มันจะเพิ่มความมันส์เมื่อเรามีเพื่อนที่ใช้ด้วยและทำการแชร์ข้อมูลกัน

 

 

ซึ่งเราก็จะพยายามแข่งขันกับตัวเองมากยิ่งขึ้นไม่เฉพาะการเดินเท่านั้น แต่รวมถึงกิจกรรมอื่นๆอีกด้วยอย่างเช่น วิ่ง ว่ายน้ำ เป็นต้น

แต่ถ้าไม่ชอบการแข่งขันกันคนอื่นๆ เราก็แข่งกับตัวเองได้นะคะ เมื่อเรามีกิจกรรมไปเรื่อยๆ ก็จะมี badges เพื่อแสดงถึงเป้าหมายที่เราทำสำเร็จ สร้างความภาคภูมิใจแบบเงียบๆคนเดียว

 

ไม่เพียงเรื่องของการเดินเท่านั้นที่เจ้า vivofit เก็บข้อมูลให้เราแต่มีอีกเรื่องที่สำคัญมากๆนั่นคือข้อมูลการนอน เมื่อเราจะนอนสามารถตั้งให้เครื่องอยู่ใน sleep mode เจ้าเครื่องนี้จะจับข้อมูลของการเคลื่อนไหวของร่างกายมาแสดง เราก็จะได้ทราบว่าวันๆนึงเรานอนไปกี่ชั่วโมง หลับสนิทไหม ถ้าร่างกายมีการ movement มากก็แสดงว่าเรานอนไปหลับ ถ้าเพื่อนๆมีปัญหาในเรื่องการนอน ก็จะได้หาวิธีที่ช่วยรักษาอาการเหล่านี้ต่อไป

 

นี่แหละเป็นประสบการณ์การใช้งานของนุท กับ vivofit ที่บอกได้เลยว่าสะดวกและชอบมากเพราะ

  1. ลงน้ำได้ ไม่ต้องกังวลเลย
  2. ไม่ต้องใส่รัดกับข้อมือแน่น ทำให้ไม่อึดอัด
  3. ไม่มีปัญหาเรื่องแบตเตอรี่เพราะสามารถใช้ได้ยาวๆเลยคะ 1 ปีเต็มๆ
  4. กระตุ้นการเดิน การออกกำลังกายของตนเอง ยิ่งมีเพื่อนๆเยอะขึ้นเรายิ่งต้องพยายามมากๆด้วย

สำหรับเจ้าตัวนี้กับฟังก์ชั่นหลักๆที่นุทเล่ามาแล้ว มาพร้อมกับราคา 4,800 บาท เป็น fitness band อีกตัวนึงที่บอกได้เลยว่าน่าสนใจมากๆคะ

Loading Facebook Comments ...

Leave a Reply

Your email address will not be published.