แอลจี ฉลอง 10 ปีแห่งผู้นำนวัตกรรม OLED ส่งทีวีจอยักษ์ระดับโลกเจาะกลุ่มลูกค้าไฮเอนด์ พร้อมประเดิมตลาดไลฟ์สไตล์ทีวีที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีและดีไซน์

บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำตำแหน่งผู้นำตลาดทีวีพรีเมียม พร้อมฉลอง 10 ปีแห่งความเป็นผู้นำนวัตกรรม OLED ตัวจริง เปิดตัวไลน์อัพทีวีใหม่ล่าสุดประจำปี 2566 นำโดยทีวีรุ่นไฮไลท์ ได้แก่ LG OLED evo 4K ซีรีส์ G2 ขนาด 97 นิ้ว ซึ่งเป็นทีวี OLED 4K ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

รองรับประสบการณ์ความบันเทิงด้านภาพและเสียงขั้นสูงสุด บนหน้าจอทีวีขนาดยักษ์ที่ให้ภาพสวยและสีสันสว่างสมจริงยิ่งกว่า เสริมทัพด้วยจอไลฟ์สไตล์รุ่นใหม่อีก 2 รุ่น ได้แก่ LG OLED Posé ที่มอบภาพคมชัดผ่านหน้าจอ OLED evo ในดีไซน์การออกแบบที่สวยและลงตัวสำหรับทุกสไตล์การตกแต่งห้อง และ LG StanbyME จอสัมผัสที่เคลื่อนที่ได้อิสระ นอกจากนี้แอลจียังเติมเต็มความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยด้วยไลน์อัพทีวีอื่นๆ ทั้ง OLED, QNED, NanoCellและ UHD ครอบคลุมทุกความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่

นายซองฮัน จอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า“ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา แอลจีได้นำเสนอนวัตกรรมทีวี OLED ระดับโลกสู่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นทีวี LG OLED จอโค้งขนาด 55 นิ้วรุ่นแรกของโลก และวอลเปเปอร์ทีวีไร้ขอบ LG OLED หรือทีวี OLED 8K รุ่นแรกของโลก ไปจนถึงเป็นผู้ผลิตทีวี OLED ที่มีขนาดหน้าจอเล็กที่สุดไปจนถึงใหญ่ที่สุดการนำเสนอผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่นออกสู่ตลาด เกิดจากความตั้งใจที่ส่งมอบประสบการณ์ความบันเทิงเหนือระดับและไม่ซ้ำใครให้แก่ผู้บริโภค โดยมีหัวใจสำคัญคือการพัฒนาด้านนวัตกรรมที่ไม่เคยหยุดนิ่งสอดคล้องกับแนวคิด “Innovation for a Better Life” แอลจีจะเดินหน้านำเสนอนวัตกรรมทีวีที่ก้าวล้ำ เพื่อก้าวต่อไปอย่างแข็งแกร่งในฐานะผู้นำด้าน OLED ตัวจริง”

นายอำนาจ สิงหจันทร์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “แอลจีเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในตลาดทีวีพรีเมียมของประเทศไทยมาตลอด 10 ปี และมีส่วนแบ่งการตลาดในเซกเมนต์นี้สูงถึง 75% ในปีที่ผ่าน แต่เราไม่หยุดที่จะพัฒนาต่อไปเพื่อมอบประสบการณ์ความบันเทิงที่สมบูรณ์แบบยิ่งกว่าให้แก่ผู้บริโภค โดยเฉพาะผู้บริโภคยุคใหม่ที่ไม่เพียงมองหาทีวีที่มาพร้อมเทคโนโลยีด้านภาพเท่านั้น แต่ยังต้องตอบโจทย์ในด้านไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้ เช่น พร้อมรองรับการรับชมสตรีมมิ่งคอนเทนต์ที่หลากหลายและสามารถใช้งานร่วมกับโซเชียลมีเดียต่างๆ ได้อย่างสะดวก รวมถึงในด้านดีไซน์ที่สวยงามและลงตัวกับการตกแต่งภายในบ้าน ในปีนี้ แอลจีเราจึงมุ่งมั่นนำเสนอไลน์อัพทีวีหลากหลายรุ่น ที่นำโดยนวัตกรรมทีวี OLED 4K จอยักษ์ระดับไฮเอนด์สู่ตลาดทีวีระดับพรีเมียม พร้อมกับประเดิมตลาดทีวีไลฟ์สไตล์เป็นครั้งแรก ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภคชาวไทย และคาดว่าจะสร้างการเติบโตด้านยอดขายในกลุ่มทีวี OLED ขึ้น 60% และสร้างฐานยอดขายในกลุ่มไลฟ์สไตล์ทีวี รวมถึงจะเพิ่มส่วนแบ่งตลาดของแอลจีในตลาดทีวีโดยรวมถึง 21% ภายในปี 2566”  

ความพิเศษของการเปิดตัวไลน์อัพทีวีใหม่ล่าสุดประจำปี 2566 ของแอลจี คือการปฏิวัติในโลกของทีวีที่ก้าวล้ำไปอีกขั้น ผ่าน 5 แนวคิดหลัก ได้แก่

การอัพเกรดชิปประมวลผลที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI

หัวใจสำคัญที่สุดของทีวีแอลจีคือขุมพลังชิปประมวลผลที่ออกแบบมาเพื่อจอแสดงผล OLED โดยเฉพาะ ที่ช่วยให้ทีวีทำงานได้มีประสิทธิภาพและเสถียรมากขึ้น โดยในปีนี้มีทีวี LG OLED ทั้งหมด 3 ซีรีส์ที่ได้รับการอัพเกรดชิปประมวลผล α9 (อัลฟ่า) AI Processor Gen6 ได้แก่ LG OLED 8K evo ซีรีส์ Z3ที่ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล α 9 AI Processor 8KGen6 ซึ่งเป็นชิปประมวลผลที่ก้าวล้ำที่สุดของทีวี OLED ตามมาด้วย LG OLED evo 4K ซีรีส์ G3 และC3 ที่ขับเคลื่อนด้วยชิพประมวลผล α9 AI Processor 4K Gen6 ซึ่งชิปประมวลผล AI จะมอบภาพที่มีมิติและคมชัดยิ่งขึ้นทั้งในโทนมืดและสว่าง รวมถึงยกระดับการจำลองเสียงรอบทิศทางเป็น 9.1.2 แชนแนล และมอบความสมดุลของเสียงได้มากยิ่งขึ้น

มอบความสว่างและคมชัดมากขึ้น 70% ด้วยเทคโนโลยี Brightness Booster Max

พัฒนาการอีกขั้นของนวัตกรรมทีวีแอลจีในปีนี้ คือการอัพเกรดความสว่างบนจอภาพเพิ่มขึ้นถึง 70% ในทีวี LG OLED evo 4K ซีรีส์ G3 ผู้ชมจึงสัมผัสได้ถึงสีสันที่สวยสมจริงและภาพที่คมชัดยิ่งขึ้น ทีวีทุกรุ่นยังมาพร้อมเทคโนโลยี Eye Comfort Display ที่ช่วยลดแสงสีฟ้าที่เป็นอันตรายต่อดวงตา และแสงสะท้อนที่ทำให้ไม่สบายตา รวมทั้งลดการสั่นไหวของจอ ทำให้รับชมคอนเทนต์ต่อเนื่องได้อย่างสบายตาและไม่เมื่อยล้าสายตา

การันตีคุณภาพระดับชั้นนำที่วางใจได้

แอลจีได้รับการทดสอบจาก RTINGS.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ด้านการทดสอบคุณภาพของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคที่น่าเชื่อถือ โดยจากการทดสอบจอทีวี LG OLED ของRTINGS.com พบว่าผู้บริโภคสามารถลดความกังวลในเรื่องอาการ Burn-in ของจอภาพ เนื่องจากจอ OLED ของแอลจีใช้การทำงานของเม็ดพิกเซล 4 สี (RGBW) ทำให้ไม่ต้องใช้เม็ดพิกเซลหลายสีรวมกันเป็นสีขาว จึงเกิดอาการ Burn-in ได้ยากกว่าทีวีที่ใช้งานเม็ดพิกเซลเพียงแค่ 3 สี (RGB)เพราะเม็ดพิกเซลต้องรวมตัวกันแสดงสีขาว จึงเกิดการความร้อนสะสมได้มากกว่า และทำให้เกิดการ Burn-in ได้ง่ายกว่า ซึ่งคุณภาพที่เชื่อถือได้เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้แอลจีครองสถานะผู้นำนวัตกรรมทีวี OLED มาตลอด 10 ปี

ไลฟ์สไตล์ทีวีดีไซน์สวย ลงตัวกับทุกการใช้งาน

ในปี 2566 แอลจียังก้าวเข้าสู่ตลาดไลฟ์สไตล์ทีวีอย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจากเล็งเห็นความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องการออกแบบและความลงตัวกับการตกแต่งบ้าน จึงได้เปิดตัวทีวี LG OLED Posé ขนาด 55 นิ้ว ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่สวยงามลงตัวทุกมุมมอง และมอบคุณภาพของภาพที่สวยคมชัดด้วยหน้าจอ OLED evoนอกจากนี้ยังได้เปิดตัว LG StanbyME จอสัมผัสเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระด้วยล้อลากและแบตเตอรี่ในตัว และจอภาพที่ออกแบบมาให้ปรับหมุนได้ จึงตอบโจทย์เทรนด์การรับชมสตรีมมิ่งคอนเทนต์จากแอปพลิเคชันต่างๆ เหมาะสำหรับการรับชมคอนเทนต์ความบันเทิงได้จากทุกพื้นที่ภายในบ้าน

เน้นประสบการณ์ของผู้ใช้งานเป็นสำคัญ

ทีวีแอลจีรุ่นปี 2566 ได้รับการอัปเดตระบบปฏิบัติการ webOS 23 ทำให้อินเทอร์เฟซการใช้งานของทีวีมีความเรียบง่ายและเป็นสัดส่วนมากขึ้น การจัดหน้าจอแบบ Quick Cards ช่วยให้ผู้ชมค้นหาคอนเทนต์ที่ต้องการได้ง่ายและรวดเร็ว สามารถเข้าถึงแอปพลิเคชันที่ต้องการได้ง่ายกว่าเดิม ฟีเจอร์ Quick Settings ยังช่วยให้ตั้งค่าฟังก์ชันที่ใช้งานบ่อยได้โดยไม่จำเป็นต้องเข้าไปเลือกจากเมนูเต็มรูปแบบทุกครั้ง นอกจากนี้เมนู Home Hub ยังรองรับการเชื่อมต่อและควบคุมอุปกรณ์ IoT ภายในบ้านอย่างสะดวกผ่านแอปพลิเคชัน LG ThinQ และมีฟีเจอร์ Game Optimizer ที่สามารถตั้งค่าการเล่นได้โดยไม่ต้องเสียเวลาหยุดหรือออกจากเกม จึงเพลิดเพลินกับเกมสุดสนุกได้อย่างไม่ขาดตอน

สำหรับไลน์อัพทีวีไลน์อัพทีวีใหม่จากแอลจีในปี 2566 พร้อมวางจำหน่ายแล้วในราคาดังนี้

• LG OLED evo 4K ซีรีส์ G2 ขนาด 97 นิ้ว ราคา 999,990 บาท 

• LG StanbyME ราคา 44,990 บาท 

• LG OLED Posé 55” ราคา 67,990 บาท

• LG OLED 4 ซีรีส์ 11 รุ่น ได้แก่ Z3, G3, C3, และ B3 ในขนาด 48-88 นิ้ว พร้อมจำหน่ายแล้วในราคา 49,990 – 999,990 บาท

• LG QNED 3 ซีรีส์ 10 รุ่น ได้แก่ LG QNED MiniLED ซีรีส์ QNED86 4K ซีรีส์ QNED80 4K และซีรีส์ QNED75 4K ในขนาด 55-86 นิ้ว ราคา 24,990 – 149,990 บาท

• LG NanoCell 2 ซีรีส์ 8 รุ่น และ LG UHD ทั้งหมด4 ซีรีส์ 15 รุ่น ราคา 12,990 – 84,990 บาท

ผู้สนใจสามารถสอบถามได้ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายและสาขาที่ร่วมรายการ รายละเอียดของทีวีแอลจีเข้าชมได้ที่ https://www.lg.com/th/oled หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลแอลจี 0-2057-5757 และติดตามกิจกรรมจากแอลจีได้ทาง:

Loading Facebook Comments ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *