Garmin พิสูจน์ความนิยม รายได้เติบโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์  พร้อมรีเฟรชแบรนด์ใหม่ผ่านแคมเปญ“Garmin มีดีมากกว่าที่คิด หาข้อที่ใช่…แล้วไปต่อ” ปักธง “สมาร์ทวอทช์ที่เข้าใจคุณและเป็นสมาร์ทวอทช์สำหรับทุกคน”

Garmin ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์จีพีเอสสมาร์ทวอทช์ระดับโลก พิสูจน์ความนิยม เผยยอดรับรู้รายได้เติบโตทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาส 1 ที่ผ่านมา

ด้วยรายได้ 1,380 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 49,680 ล้านบาท โตกว่า 20% ขณะที่รายได้ในไทยเติบโตกว่า 25% Garmin สะท้อนกำลังซื้อในตลาดและผู้บริโภคที่ให้ความมั่นใจในสินค้าจากกระแสการเปิดตัวสินค้าใหม่ที่สร้างยอดผู้ใช้งานกิจกรรมบน Garmin Connect เติบโตกว่า 39% โดยเดินหน้าเร่งเครื่องไม่ผ่อน ชูตัวเลือกสินค้าหลากหลายดีไซน์ พร้อมจุดเด่นด้านความแม่นยำ ฟีเจอร์ที่ครอบคลุม และอายุแบตเตอรี่ที่อยู่ได้ยาวนาน จนสมาร์ทวอทช์ Garmin เป็น “สมาร์ทวอทช์ที่เข้าใจคุณและเป็นสมาร์ทวอทช์สำหรับทุกคน” (Garmin is what you want)พร้อมฉลองครบรอบ 35 ปี เดินหน้ารีเฟรชแบรนด์ผ่านการปฏิวัติรูปแบบการสื่อสารเพื่อให้ใกล้ชิดผู้ใช้งานคนไทยมากขึ้น ด้วยแคมเปญ “Garmin มีดีมากกว่าที่คิด หาข้อที่ใช่…แล้วไปต่อ” ปรับมุมมองกลุ่มเป้าหมาย พร้อมเตรียมกิจกรรมอัดแน่นให้แฟน Garmin ทุกเพศทุกวัยได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์ใหม่กับ Garmin สมาร์ทวอทช์ได้ตลอดทั้งปี

คุณมิสซี่ ยาง ผู้อำนวยการประจำ การ์มิน ประเทศไทยกล่าวว่า “หลังจากที่ Garmin เข้ามาเปิดสำนักงานในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2564 เราได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้าชาวไทยมาโดยตลอด และในไตรมาสที่ 1 ที่ผ่านมา บริษัทฯได้ทุบสถิติการเติบโตทางรายได้ครั้งใหม่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ด้วยยอดรับรู้รายได้สูงถึง 1,380 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 49,680 ล้านบาท เติบโตกว่า 20% ในขณะที่รายได้ในไทยเติบโตกว่า 25% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ Garmin ยังพบว่าสถิติการทำกิจกรรม (Activity) จาก Garmin Connect เฉลี่ยต่อเดือน เติบโตขึ้นกว่า 39% ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา และยังพบว่าจะมีการทำ Activity สูงขึ้นเป็นพิเศษในช่วงที่มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า กระแสการออกกำลังกายในไทยยังคงเติบโต เพียงแต่ต้องการผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เข้ามาช่วยกระตุ้น อีกทั้งคนไทยยังมีกำลังซื้อ และให้ความมั่นใจในผลิตภัณฑ์ของ Garmin โดยความสำเร็จในครั้งนี้ มีแนวคิด Beat Yesterday เป็นหลักยึดสำคัญในการเดินหน้าขององค์กร ผลักดันให้เราพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้สวมใส่ทั้งในด้านดีไซน์และการส่งมอบข้อมูลสุขภาพที่เป็นประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตทั้งระหว่างการซ้อม และในชีวิตประจำวันได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น”

“นอกจากนั้นแล้วเรายังมีกลยุทธ์การขยายธุรกิจแนวดิ่ง (Vertical Integration) ซึ่งหมายถึงการที่ Garmin เป็นผู้ดำเนินการเองทั้งกระบวนการ ตั้งแต่การพัฒนาด้านวิศวกรรม การผลิต การตลาด ตลอดจนการให้บริการ เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรของเรา ทำให้เราสามารถควบคุมคุณภาพทั้งสายการผลิต และเพิ่มความสามารถในการปรับตัวอย่างรวดเร็ว เท่าทันอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโต และการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญในกระบวนการมอบสินค้าที่ได้คุณภาพตามมาตรฐานของ Garmin ให้กับลูกค้า เราจึงมั่นใจที่จะส่งมอบบริการหลังการขายที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้าของเรา ผ่านการขยายเวลารับประกันสินค้านาน 2 ปีสำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าเราตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังได้พัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่องและล่าสุด Garmin สมาร์ทวอทช์ได้รับใบอนุญาตการใช้งานเครื่องมือแพทย์จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาในเรื่องการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจด้วยแอปพลิเคชั่น (ECG App) เป็นที่เรียบร้อย” คุณมิสซี่ กล่าวเพิ่มเติม

คุณหรรษา อาภานุกูล ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การตลาด การ์มิน ประเทศไทย กล่าวว่า “จากความเชื่อมั่นที่ลูกค้าชาวไทยมอบให้กับ Garmin ตลอดมา วันนี้เราพร้อมที่จะไปต่อ ด้วยการทำการบ้านอย่างหนักในการทำความเข้าใจอินไซด์ของผู้บริโภคชาวไทย เพื่อขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์ของเราเข้าใกล้กลุ่มเป้าหมายคนไทยมากยิ่งขึ้น โดยใช้ประสบการณ์และองค์ความรู้ที่เรามีกว่า 35 ปี ในการท้าทายตัวเอง ต่อยอดสร้างคุณค่าใหม่และส่งมอบสิ่งใหม่ๆ ให้กับลูกค้าของเรา รวมถึงปักธงให้ผลิตภัณฑ์ของ Garmin เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของคนไทยให้ได้”

“จากพอร์ทสินค้าอันหลากหลายที่ Garmin มีอยู่ ทั้งกลุ่มเวลเนส (Wellness) เอาท์ดอร์ (Outdoor) และกีฬาเฉพาะด้าน (Specialty) พบว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สินค้ากลุ่มเอาท์ดอร์เป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในกลุ่มผู้ใช้ชาวไทยคิดเป็น 48% รองลงมาเป็นสินค้ากลุ่มกีฬาเฉพาะด้านคิดเป็น 32% ส่วนสินค้ากลุ่มเวลเนสคิดเป็น 20% ในปีนี้กลุ่มสินค้าเวลเนสจึงเป็นโจทย์ของเราในการทำลายภาพจำเดิมที่ผู้บริโภคมีต่อ Garmin ในฐานะสมาร์ทวอทช์สำหรับนักกีฬาและมืออาชีพ ด้วยการสื่อสารการตลาดที่เข้าใกล้ผู้บริโภคชาวไทยมากขึ้น และทำให้ผู้บริโภคเชื่อว่า Garmin คือ สมาร์ทวอทช์ที่เข้าใจคุณและเป็นสมาร์ทวอทช์สำหรับทุกคน (Garmin is what you want)”

Garmin จึงรีเฟรชแบรนด์ ด้วยการสื่อสารผ่านเมสเสจ Be More, Beat Yesterday ที่ยังคงให้ความสำคัญกับการเชิญชวนให้ทุกคนออกไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ และเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีขึ้นในทุกวัน แต่เปลี่ยนวิธีคิด และปรับมุมมองกลุ่มเป้าหมายใหม่ เพื่อทำการสื่อสารการตลาดให้ตรงกับแต่ละกลุ่มอย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น โดยแบ่งเป็น (1) กลุ่มมือใหม่ (Beginner) คือกลุ่มคนที่เพิ่งเริ่มหันมาสนใจดูแลสุขภาพและเริ่มต้นออกกำลังกาย (2) กลุ่มรักสุขภาพ (Health Concern) คือกลุ่มคนที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และ (3) กลุ่มนักกีฬา (Athlete) หรือกลุ่มที่มุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพเพื่อพิชิตสถิติหรือเป้าหมายใหม่ๆ โดย Garmin จะปฏิวัติแผนการสื่อสารเพื่อทำการสื่อสารเข้าใกล้กลุ่มคนทั้ง 3 กลุ่ม ภายใต้แนวคิด “Garmin มีดีมากกว่าที่คิด หาข้อที่ใช่…แล้วไปต่อ”เพื่อขยายประสบการณ์การใช้งานที่เหนือกว่า ฉายภาพให้ทุกคนเห็นว่า Garmin ไม่ใช่สมาร์ทวอทช์สำหรับนักกีฬาเท่านั้น แต่สามารถเข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์ของคนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นใคร เพศไหน อายุเท่าไหร่ หรือทำอาชีพอะไรก็สามารถได้รับประโยชน์จากการใช้งานสมาร์ทวอทช์ของ Garmin ได้ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่สร้างให้ Garmin แตกต่างและจะนำมาสู่ความสำเร็จในปีนี้

Garmin ยังต่อยอดจุดยืน ของการตั้งเป้าเป็นสมาร์ทวอทช์ที่เข้าใจคุณและสมาร์ทวอทช์สำหรับทุกคน (Garmin is what you want) ไปสู่การผสานเทคโนโลยีเข้ากับการใช้ชีวิตเพื่อส่งมอบสินค้าภายใต้มาตรฐานความแม่นยำของ Garmin โดยมุ่งเน้น 3 มิติสำคัญ ได้แก่

1) 24/7 MONITORING – ระบบที่มอนิเตอร์ข้อมูลได้ต่อเนื่อง ความอึดของอายุแบตเตอรี่ใน Garmin ทุกรุ่นที่อยู่ได้ไม่ต่ำกว่า 5 วัน ทำให้สามารถมอนิเตอร์ข้อมูลสุขภาพได้ต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นระหว่างนอน ระหว่างทำกิจกรรม หรือระหว่างวัน ทำให้การเก็บข้อมูลไม่สะดุด แม้ขณะพักผ่อน แต่Garmin สมาร์ทวอทช์ไม่เคยพัก

2) COMFORT – ระบบเพื่อการดูข้อมูลอย่างสะดวกสบาย กับ Garmin Connect ที่เป็นตัวช่วยเก็บข้อมูลด้านสุขภาพหรือการฝึกซ้อมของผู้ใช้งานซึ่งอยู่ในแอปพลิเคชั่นเดียว ถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบสามารถเรียกใช้งานและดูข้อมูลได้ทันทีที่ต้องการ

3) RELIABLE TECHNOLOGY – เทคโนโลยีที่น่าเชื่อถือ ซึ่งได้แก่ FIRSTBEAT ผู้ให้ผลวิเคราะห์ด้านความเครียด การฟื้นตัว และการออกกำลังกาย มีการวิจัยความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจ (HRV) มากกว่า 2 ทศวรรษ โดยเทคโนโลยีของ FIRSTBEAT จะแปลงข้อมูลการเต้นของหัวใจจากเซ็นเซอร์ในอุปกรณ์ของ Garmin และเปลี่ยนเป็นข้อมูลที่สามารถนำมาใช้งานต่อได้จริงในรูปแบบ Stress Score และ Body Battery บนสมาร์ทวอทช์ของ Garmin ซึ่งทำให้ทุกการฝึกซ้อมและการพักผ่อนบาลานซ์ ไม่ต้องคาดเดา

แคมเปญ “Garmin มีดีมากกว่าที่คิด หาข้อที่ใช่…แล้วไปต่อ” ประเดิมกิจกรรมแรกด้วย การตามหา Animal Spirit จิตวิญญาณที่ช่วยคุณ Beat Yesterday กับGarmin ข้อที่ใช่ เพียงทำตามขั้นตอนง่ายๆ 3 ขั้นตอนได้แก่ 1) สแกน QR เพื่อตามหา Animal Spirit จิตวิญญาณที่ช่วยคุณ Beat Yesterday ไปกับ Garmin 2)แชร์ผลลัพธ์ ติด Hashtag #GarminThailand #BeatYesterdaySpirit #Garminมีดีมากกว่าที่คิด #หาข้อที่ใช่แล้วไปต่อ 3) กดรับรางวัล กรอกข้อมูล และรอรับรางวัลได้ ณ ที่อยู่จัดส่งที่ลงทะเบียนไว้ สามารถร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันที่ 7 พ.ค. 2567 – 28 พ.ค. 2567 หรือจนกว่ารางวัลจะหมด โดยเงื่อนไขอื่นๆ เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

ผลิตภัณฑ์หลากหลายของ Garmin พร้อมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในไลฟ์สไตล์ของทุกคน มาร่วมค้นหาข้อที่ใช่…แล้วไปต่อกับ Garmin ได้แล้ววันนี้ ที่https://gar.mn/dMEzPKKเฟซบุ๊กแฟนเพจ Garmin Thailand และ อินสตาแกรม Garmin Thailand

Loading Facebook Comments ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *